วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรณีศึกษา

กรณีศึกษา แก้ปัญหาผู้เรียน 

ลับเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง

1. แบบบันทึกการประชุมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาผู้เรียน

วัน 17 เดือน มกราคม ปี 2567 เวลา 13 : 00 น. สถานที่ โรงเรียนอนุบาลลำดวน (สุรพินท์ราษฎร์นุสรณ์)

ชื่อ นามสกุล นักเรียน เด็กชายธนเดช ทองปรัก อายุ 6 ปี

เพศ ชาย ชั้น  อนุบาล 2/1 ครูประจำชั้น ชื่อ นามสกุล นางชลจิรา มหัทธนศักดิ์

เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต   แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ

       เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน คือ แบบสังเกต และแบบประเมินพฤติกรรม

            ผู้ที่ให้ข้อมูลพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ

       ผู้ที่ให้ข้อมูลพฤติกรรมนักเรียน คือ ครูพี่เลี้ยง

  พฤติกรรมที่ต้องการพัฒนา     

1.      พฤติกรรมในด้านการพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

2.      พฤติกรรมในด้านการพัฒนาการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา

พฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือก 1 พฤติกรรมที่ต้องพัฒนา สร้างเสริมหรือแก้ไขเร่งด่วน)

         พฤติกรรมในด้านการพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก สาเหตุที่เลือกพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาสร้างเสริมเนื่องจากเด็กชายธนเดช ทองปรัก มีกล้ามเนื้อมือที่ไม่ค่อยแข็งแรง หยิบ จับ ขยำ ได้ไม่ค่อยดี เช่น เด็กจะใช้วิธีกำสีแล้วระบายสีขีดไปมาไม่ตรง อีกทั้งกิจกรรมขยำกระดาษเด็กจะใช้วิธีพับ  ไม่สามารถขยำกระดาษได้  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ดิฉันเลือกพฤติกรรมด้านกล้ามเนื้อเล็ก

แนวทางการช่วยเหลือ/สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน

            ข้อเสนอแนะจาก นางชลจิรา มหัทธนศักดิ์ ตำแหน่ง ครูพี่เลี้ยง

แนวทางในการช่วยเหลือพัฒนาผู้เรียนในการปั้นดินน้ำมันเกี่ยวกับพัฒนากล้ามเนื้อเล็กในด้านการสนับสนุนในการพัฒนาผู้เรียน ครูพี่เลี้ยงมีการอำนวยความสะดวกในด้านอุปกรณ์ในการจัดทำกิจกรรมเพื่อที่จะส่งเสริมพัฒนากล้ามเนื้อเล็กของเด็ก

แนวทางการช่วยเหลือ/สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางที่ใช้เพื่อสร้างเสริมพฤติกรรมเชิงบวก และต้องไม่ใช้การลงโทษ)

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาผู้เรียน ดิฉันเลือกใช้กิจกรรมงานปั้นดินน้ำมัน เนื่องจากการปั้นดินน้ำมันช่วยพัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อเล็กแล้วยังช่วยส่งเสริมทางอารมณ์ การมีสมาธิ มีจินตนาการอีกด้วย

ด้านการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กโดยใช้กิจกรรมปั้นดินน้ำมัน ซึ่งกิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมกล้ามเนื้อเล็ก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเล็กที่เป็นทักษะการใช้ฝ่ามือ นิ้วมือ มีการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา และความคล่องแคล่ว

ลับเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง

2. แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน

รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ 1

วันที่ 18 เดือน มกราคม พ.ศ. 2567

ชื่อ – นามสกุลนักเรียน เด็กชายธนเดช ทองปรัก  ชั้น อนุบาล 2/1

ชื่อผู้ปกครอง นางเย็นศรี บุตรงาม มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น ยาย

ช่องทางการติดต่อ 0928865114 โทรศัพท์ Line Facebook

ชื่อ บิดา  นายประกิจ ทองปรัก ชื่อ มารดา นางสาวบุตรศรา ทองปรัก

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์  - Line -  Facebook -

1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)

บ้านเป็นลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน บริเวณที่ตั้งเป็นที่ดินยกสูง พื้นที่ราบและกว้าง

2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)

ภายในบ้าน ด้านล่างมีพื้นที่เปิดโล่ง กว้าง อากาศถ่ายเทได้สะดวก จัดมุม ตั้งของได้อย่างเป็นระบบ

ด้านบน เป็นห้องสำหรับนอนพักผ่อน อากาศถ่ายเทได้สะดวก

3.  บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองของเด็กชายธนเดช ทองปรัก คือ ยาย มีลักษณะท่าทีให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์ ให้ข้อมูลได้อย่างดี เป็นประโยชน์ และพร้อมที่จะพัฒนาบุตรหลานของท่านร่วมกับทางคุณครูอย่างดี โดยคุณยายพร้อมรับฟังการพัฒนาและช่วยส่งเสริมเด็กชายธนเดช ทองปรัก  ให้บุตรหลานของท่านได้พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองของเด็กชายธนเดช ทองปรัก คือ ยาย ในขณะที่สัมภาษณ์ข้อมูล คุณยายมีความรู้สึกดีใจและพร้อมที่อยากจะพัฒนาเด็กชายธนเดช ทองปรัก เนื่องจากคุณยายจะเห็นเด็กชายธนเดช ทองปรัก มักพูดว่าเมื่อยมือบ่อยครั้ง หรือถ้าหากทำอะไรที่เกี่ยวกับการใช้มือ จะไม่สามารถทำได้นาน หรือ จะบอกว่าเมื่อยมือ   คุณยายเลยรู้ดีใจที่นักศึกษาได้เล็งเห็นและจะพัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้กับเด็กชายธนเดช ทองปรัก

5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองของเด็กชายธนเดช ทองปรัก คือ ยาย ในขณะที่สัมภาษณ์ข้อมูลคุณยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กชายธนเดช ทองปรัก ได้อย่างดีและเป็นประโยชน์ให้กับนักศึกษาอย่างมาก เนื่องจากคุณยายอยากให้ที่โรงเรียนได้มีกิจกรรม หรือ ส่งเสริมพัฒนาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อเล็กของเด็กชายธนเดช ทองปรัก เพื่อที่จะให้เด็กชายธนเดช ทองปรัก ได้ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้อย่างดีขึ้น

6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ    (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)

นักเรียนระดับชั้นปฐมวัย ให้ใช้การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและสัมภาษณ์ผู้ปกครอง ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการและการเรียนรู้ 

(ศึกษาจากเอกสารแนบ_01)     

ผู้ปกครองของเด็กชายธนเดช ทองปรัก คือ ยาย ในขณะที่สัมภาษณ์ข้อมูลคุณยาย เมื่อเด็กชายธนเดช ทองปรัก กลับมาบ้านหากวันใดที่มีการบ้าน มักจะรีบทำให้เสร็จเรียบร้อย ถ้ามีการบ้านที่เป็นการระบายสี เด็กจะชอบทำและทำเองจนสำเร็จ ระบายสีได้และไม่ค่อยออกนอกกรอบมากเพียงใดแต่ถ้าหากมีการบ้านที่ต้องเขียน เด็กชายธนเดช ทองปรัก มักจะเขียนไม่ค่อยได้ หรือต้องให้ผู้ปกครองคอยจับมือเขียนอยู่เสมอจึงจะเขียนได้สำเร็จ ถ้าหากเด็กชายธนเดช ทองปรัก เข้าใจในวิธีการเขียน จะพยายามเขียนเองและทำให้เสร็จก่อนไปทำงานบ้าน

7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและนักเรียน)

ลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของเด็ก เด็กมักจะไม่ค่อยมีเพื่อนเล่น หรือเพื่อนจะชอบแกล้ง แต่ถ้าหากมีเพื่อนเล่น เด็กชายธนเดช ทองปรัก จะเล่นและแกล้งเพื่อน เช่น การตีเพื่อน การสาดน้ำใส่เพื่อน

 8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ความสัมพันธ์ในครอบครัวเด็กชายธนเดช ทองปรัก พ่อแม่อยู่ร่วมกัน พ่อแม่ทำงานรับจ้างที่ต่างจังหวัด เด็กจึงอาศัยอยู่กับคุณยาย ยายทวด พี่สาว และน้า ความสัมพันธ์ในการให้เวลากับเด็กชายธนเดช ทองปรัก ค่อนข้างมีน้อย เนื่องจากที่บ้านมีผู้ปกครองที่เป็นผู้สูงอายุ จึงไม่ค่อยได้ให้เวลาหรือที่จะพัฒนาเด็กในด้านกล้ามเนื้อเล็ก และน้าจะกลับบ้านมาบ้านประมาณ 1 สัปดาห์ 1-2 ครั้ง เนื่องจากทำงานที่ตัวเมือง จึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก หากกลับบ้านน้าจะคอยให้เด็กชายธนเดช ทองปรัก เขียน และคอยให้ช่วยเหลืองานบ้าน 

9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์จากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)

          ข้อเสนอแนะ ทางโรงเรียนมีการนำเสนอในด้านการพัฒนาผู้เรียนในเรื่องกล้ามเนื้อเล็ก โดยทางโรงเรียนให้เด็กได้ทำกิจกรรมงานปั้นที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อเล็ก โดยผู้ปกครองคอยช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กเมื่ออยู่ที่บ้าน คอยให้เด็กได้ทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็กและคอยรายงานในด้านการพัฒนาพฤติกรรมในด้านกล้ามเนื้อเล็กถัดไปเพื่อที่เราจะได้สังเกตและประเมินเด็กเป็นไปตามลำดับขั้นตอนได้อย่างดี

ภาพการเยี่ยมบ้านนักเรียน

ภาพที่9.1 ภาพถ่ายร่วมกับผู้ปกครองและเด็กชายธนเดช ทองปรัก

ภาพที่ 9.2 ภาพถ่ายภายในบ้านชั้นล่าง




ภาพที่ 9.3 ภาพถ่ายสภาพแวดล้อมและบริเวณที่ตั้ง

สรุปการสะท้อนคิดในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์

 1. ท่านคิดว่าแนวทางและข้อเสนอแนะที่ได้จากโรงเรียนร่วมกับผู้ปกครอง จะสามารถพัฒนาให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุใด (การวางแผน)

 ได้ เพราะ ทางครูพี่เลี้ยงมีความร่วมมือที่จะพัฒนาเด็กๆให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย พัฒนาการกล้ามเนื้อเล็กที่แข็งแรงมากขึ้น โดยทางครูพี่เลี้ยงได้มีแนวทางในการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กโดยการร่วมกันพัฒนาโดยใช้กิจกรรมการปั้นดินน้ำมันเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก การปั้นดินน้ำมันเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้อย่างดีและพัฒนากล้ามเนื้อเล็กโดยตรง ให้เด็กได้ บีบ นวด คลึง เพื่อให้กล้ามเนื้อเล็กได้ออกแรง เพื่อที่จะได้คล่องแคล่วในการทำกิจกรรมต่างๆในการหยิบ จับ  หรือเกี่ยวกับกล้ามเนื้อเล็กได้เป็นอย่างดี โดยทางผู้ปกครองของเด็กชายธนเดช ทองปรัก ได้มีความเห็นตรงกันและพร้อมที่จะพัฒนาให้เด็กชายธนเดช ทองปรักได้มีการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้อย่างดี ดิฉันจึงคิดว่าจะสามารถพัฒนากล้ามเนื้อเล็กของเด็กชายธนเดช ทองปรัก ได้อย่างดีและเด็กจะสามารถพัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้อย่างดีขึ้น

2. หากจะทำการศึกษานักเรียนคนนี้อย่างต่อเนื่องท่านจะมีแนวทางในการช่วยเหลือ พัฒนา / หรือ แก้ปัญหาของนักเรียนคนนี้อย่างไรบ้าง (เขียนให้เห็นถึงกระบวนการ วิธีการและความร่วมมือจากทุกฝ่าย) (วางแผน)

ดิฉันมีแนวทางในการที่จะช่วยเหลือพัฒนาของเด็กชายธนเดช ทองปรัก โดยการติดตามข้อมูลพฤติกรรมการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กจากครูพี่เลี้ยง และทำการบันทึกความก้าวหน้าของเด็กชายธนเดช ทองปรักได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะทำการประเมินพฤติกรรมของเด็กได้ตามพัฒนาการตามวัย

วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

 ทะเบียนคุมชิ้นงาน


ดิฉันนางสาวกนกวรรณ คำโคตรสูนย์   รหัสนักศึกษา 64121860207

นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ชื่อ BLOG64_207กนกวรรณ คำโคตรสูนย์: การศึกษาเด็กรายกรณี

เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย รหัสวิชา EECE621304  Section02  อาจารย์ประจำวิชา ดร.ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต โดยบล็อกในรายวิชานี้

เป็นการรวบรวมแฟ้มสะสมงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย




ทะเบียนคุมชิ้นงาน

นางสาว กนกวรรณ คำโคตรสูนย์  รหัสนักศึกษา 64121860207

คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่3

คำชี้แจง

บันทึกรายการชิ้นงานที่ทำส่งทุกชิ้นในกรณีที่เจ้าของแฟ้มต้องการปรับปรุง  ผลงานให้บันทึกรายละเอียดของการปรับปรุงแก้ไขงานทุกชิ้นต้องผ่านการแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน










 




วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เทคนิคการประเมินพัฒนาเด็กปฐมวัย

 การสังเกตพฤติกรรม 

 การสังเกตอาจเกิดขึ้นเป็นกิจวัตประจำวันอย่างไม่เป็นทางการ หรืออาจมีการสังเกตอย่างเป็นทางการหรืออย่างเป็นระบบ การสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นเนื่องจาก ในสภาพจริงการจัดชั้นเรียนหนึ่งๆ

องค์ประกอบของการบันทึกการสังเกตพฤติกรรม

1. การบรรยายเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือการบรรยายเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่กำลังดำเนินการอยู่อย่างตรงไปตรงมาให้มากที่สุด
2. ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน
3. การตีความ แปลความตลอดถึงการสรุปพฤติกรรมการเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต

หลักในการบันทึกการสังเกต

1. การบันทึกการสังเกตจำเป็นต้องมีการบันทึกสภาวะแวดล้อมและพฤติกรรมต่างๆของเด็กรวมตลอดถึงพฤติกรรมของคนรอบข้างเด็กด้วย
2.การรายงานการบันทึกการสังเกตต้องมีการรายงาน ตามลำดับก่อนหลัง
3.การบันทึกการสังเกต ควรบรรยายสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่ได้

ข้อดีของการบันทึกการสังเกต

1. เด็กไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถในการอ่านและเขียน
2. เด็กจะไม่รู้สึกว่าตนกำลังถูกสังเกต หรือถูกบันทึกข้อมูลอยู่
3. กิจวัตรประจำวัน หรือตารางเวลาในการเรียน หรือการทำกิจกรรมของเด็กไม่มีการเปลี่ยนแปลง
4. ช่วยให้ครูได้ทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของเด็ก
5. เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับจากนักการศึกษาปฐมวัยว่าเป็นวิธีที่เหมาะสม

การสัมภาษณ์

 การสัมภาษณ์อาจเกิดขึ้นระหว่างครูกับเด็ก หรือระหว่างครูกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก การสัมภาษณ์ต่างจากการสังเกต คือ       การสัมภาษณ์เปิดโอกาสให้มีการซักถามในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบ

หลักในการสัมภาษณ์

1. การกำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสัมภาษณ์           
2. เตรียมตัวและเตรียมเครื่องมือ           
3. ผู้สัมภาษณ์ควรเป็นผู้ฟังที่ดี           
4. ขั้นยุติการสัมภาษณ์

ประเภทของการสัมภาษณ์

1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ผู้สัมภาษณ์จะต้องเตรียมคำถามที่จะถามไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นการสะดวกต่อผู้สัมภาษณ์

 2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หรือไม่เป็นทางการ ครูอาจเตรียมหัวข้อที่ต้องการคุยหรือสนทนากับเด็กไว้อย่างคร่าวๆ แต่ไม่ได้จดคำถามให้เด็กตอบทีละข้อเหมือนการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ครูอาจซักถามหรือคุยกับเด็กในเรื่องที่ครอบคลุมหัวข้อที่ครูเตรียมไว้ 

ข้อดีของการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง

สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์มีอิสระมากขึ้นในการถาม ตอบและช่วยให้ครูรู้จักเด็กในชั้นของตนมากขึ้น มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ 

ข้อจำกัดของการประเมินผลแบบใช้วิธีการสัมภาษณ์

1. คำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์
2. จำนวนเวลาที่ใช้ในการตอบคำถาม
3. ความไว้วางใจและความคุ้นเคยของผู้ถูกสัมภาษณ์ที่มีต่อผู้สัมภาษณ์
4. การตีความและวิเคราะห์ข้อมูล 
5.การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง 

การเขียนบันทึก

  การเขียนเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับตัวเด็ก จากเหตุการณ์ที่ความหมายทั้งกับตัวครูและตัวเด็ก การเลือกเหตุการณ์ที่นำมาเขียนจะบ่งบอกถึงการให้ความสำคัญของครูต่อพฤติกรรมเด็ก และช่วยให้ครูตอบคำถามที่ตนอยากรู้ได้ดีขึ้น

ตัวอย่างการเขียนบันทึกเกี่ยวกับเด็ก

1. กิจกรรม : กิจกรรมกลุ่มใหญ่
2. บันทึกพฤติกรรมและคำพูด :ครูนั่งที่เก้าอี้ตัวเล็กที่กลางห้อง เด็กๆทั้งหมดนั่งที่พื้นด้านหน้าของครู ครูวางหนังสือนิทานเล่มใหญ่เรื่อง แม่ไก่แดง ไว้บนที่วางหนังสือสำหรับอ่านให้เด็กฟัง

 ครู : วันนี้เราจะอ่านหนังสือด้วยกันนะคะ

วิเคราะห์ :การที่น้องโมได้ร่วมกิจกรรมกลุ่มใหญ่ทำให้น้องโมได้มีประสบการณ์ร่วมกับเพื่อนๆ และครู ได้สร้างความรู้สึกว่าตัวน้องโมเองเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน ได้เรียนรู้บทบาทของผู้นำและผู้ตาม น้องโมได้เผชิญกับประสบการณ์สำคัญหลายข้อ ได้แก่ การร้องเพลง การรับรู้ความต้องการของเพื่อนๆ การเล่าประสบการณ์ของตนเองและการสนุกกับภาษาด้วยการฟังนิทาน

แฟ้มผลงาน

แฟ้มผลงานเด็กจึงถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ ความพยายาม ความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป

ลักษณะของแฟ้มผลงาน

1. สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้
2. สามารถรวบรวมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้านต่างๆ ของเด็ก
3. มุ่งเน้นที่ความสามารถ หรือจุดเด่นของเด็ก
4. เอื้อต่อการประเมินผลพัฒนาการแบบต่างๆ
5. เด็กสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานต่างๆ เข้ามาเก็บในแฟ้ม
6. คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก
7. จัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าที่จะจัดทำเพื่อการประเมินผลที่คงที่
8. จัดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูล

การทำสังคมมิติ 

เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัย ทำให้ครูทราบว่าเด็กในชั้นของตนมีความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นอย่างไร การทำสังคมมิติถือเป็นการทำวิจัยแบบหนึ่งที่แสดงให้เห็นรูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่ม

วิธีการ

1. การประเมินแบบสังคมมิติมีวิธีการ ๒ วิธี
2. การทายลักษณะ
3. การสร้างภาพทางสังคม

การเขียนบันทึก

1. เป็นการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ในบางครั้งการเขียนบันทึกอาจเน้นเฉพาะ
2. เด็กรายที่ต้องการศึกษา หรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่งๆ การเขียนบันทึกจะไม่เป็นทางการเท่ากัน
3. การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ในการบันทึกประกอบด้วยเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับเด็กการสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ในการบันทึกประกอบด้วยเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับเด็กในชั้นเรียน

ข้อดีของการเขียนบันทึก

1. การเขียนบันทึกช่วยให้ครูมีโอกาสสะท้อนความคิดและวิเคราะห์การสอนของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้ครูตระหนักในหลักสูตรและการสอนของตนเอง
2. การเขียนบันทึกช่วยให้ครูทราบและรับรู้เรื่องราวของเด็กเป็นรายบุคคล ทำให้ครูเข้าใจเด็กที่สอนมากขึ้น
3. ครูทราบรายละเอียดและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนมากขึ้น

ข้อจำกัด

  ต้องใช้เวลาในการเขียนบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งบางครั้งครู ไม่มีเวลาในการบันทึก

การใช้แบบทดสอบ

 การใช้แบบทดสอบเป็นการทดสอบเพื่อต้องการทราบความรู้สึกของเด็กปฐมวัยโดยการสร้างสถานการณ์ ( รูปภาพ ) มาถาม แล้วให้เด็กตอบโดยเลือกรูปที่แสดงอารมณ์ต่างๆ กันทั้งนี้เพื่อประเมินความรู้สึกนึกคิดของเด็กที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แบบทดสอบประเมินพัฒนาการด้านภาษา         แบบทดสอบประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา   แบบทดสอบประเมินด้านการสังคม แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

เกณฑ์การเลือกแบบทดสอบ

1. ความจำเป็นของการใช้แบบทดสอบ
2. ลักษณะข้อมูลที่ต้องการ
3. ความเชื่อถือได้ ( Reliability ) และความเที่ยงตรง ( Validity ) ของแบบทดสอบ
4. ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก
5. ความเหมาะสมและความสะดวกที่จะนำไปใช้

ประเภทของแบบทดสอบ

แบบทดสอบในระดับปฐมวัยแบ่ง ออกเป็น 2 แบบ

1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น ( Teacher – made )
2. แบบทดสอบมาตรฐาน ( Standardized test )

ข้อพึงตระหนักในการใช้แบบทดสอบกับเด็กปฐมวัย

1. ถ้าจำเป็นต้องใช้แบบทดสอบกับเด็กปฐมวัย ครูจำเป็นต้องทราบจุดประสงค์ของการใช้แบบทดสอบนั้นๆ
2. ครูต้องพิจารณาว่าแบบทดสอบที่ตนเลือกใช้ มีความเชื่อถือได้( Reliability ) และความเที่ยง ( Validity )
3. ครูต้องไม่ใช้แบบทดสอบเพียงอย่างเดียวเป็นเครื่องมือในการประเมินผลพัฒนาการเด็กต้องใช้เครื่องมืออื่นๆด้วย
4. ครูต้องตระหนักว่าแบบทดสอบแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำหนดวัตถุประสงค์ของหลักสูตรในชั้นเรียนของตนได้
5. กระบวนการประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบเพียงอย่างเดียว
6. ความรับผิดชอบประการหนึ่งของครูและผู้บริหารโรงเรียน คือการให้ความรู้ผู้ปกครองเกี่ยวกับการสอน และการตีความผลของการสอบ

การใช้แบบบันทึกการประเมินผลพัฒนาการ

การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการนั้นครูประจำชั้นจะต้องตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการจะศึกษาอะไร หลังจากนั้นนำมาสร้างแบบประเมินผลพัฒนาการโดยอาศัยทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก

ข้อควรระมัดระวัง

ครูมีแนวโน้มที่จะเช็คพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของเด็กให้อยู่ในช่วงกลางๆ มากกว่าที่จะเป็นช่วงต่ำสุด หรือสูงสุด

การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 สารนิทัศน์เป็นการประมวลผลที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูและร่องรอยผลงานของเด็ก จากการทำกิจกรรมที่สะท้อนถึงพัฒนาการในด้านต่างๆ การจัดทำสารนิทัศน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวัดและประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ซึ่งมีหลายรูปแบบ ได้แก่

1.พอร์ตโฟลิโฮสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล

2.การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับ

3.การสังเกตและบันทึกพัฒนาการเด็ก

4.การสะท้อนตนเองของเด็ก

5.ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม

อ้างอิง

ครูเชียงราย. (2019). เทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็ก. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567

          จากเว็บไซต์ : https://shorturl.asia/gqvuw

สารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย. (2015). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567

          จากเว็บไซต์ : https://shorturl.asia/xTHa7

แบบประเมินการนำเสนอBLOG

 เข้าประเมินการนำเสนอBLOG ผ่าน QR CODE สรุปการประเมินการนำเสนอBLOG